I innovate therefore iPhone
“Everybody hates their phone …”
สตีฟ จ๊อบส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.แอปเปิ้ล (เป็น Apple Inc. เฉย ๆ ซึ่งวันนี้ไม่มีคำว่า “คอมพิวเตอร์” อยู่อีกต่อไปแล้ว) ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ หลังเวทีในงาน Macworld 2007 ที่เขาได้เปิดตัว iPhone มือถือตัวแรกภายใต้แบรนด์แอปเปิ้ลอย่างเป็นทางการ
“That’s not a good thing…” เขาพูดไปส่ายหัวไป “And there’s an opportunity there”
(ขอยกภาษาอังกฤษมาคำต่อคำ แปลเป็นไทยแล้วสื่อความไม่ชัดเท่า)
“เราได้ทดลองใช้โทรศัพท์ทุกตัวที่มีอยู่ในท้องตลาด และพบว่ามันแย่มาก มันไม่ได้ดั่งใจเลยจริง ๆ” จ๊อบส์ให้สัมภาษณ์ CNBC
“… มันเป็นหมวดหมู่สินค้าที่จำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นใหม่” (It’s a category that needed to be reinvented)
ไม่ใช่ให้ทรงพลังขึ้น แต่ต้องทำให้ ‘ใช้งานง่ายขึ้น’ อีกหลายเท่า
และเราก็คิดว่าเราพอจะทำอะไรบางอย่างได้” เขากล่าวอย่างมั่นใจ
“เราไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกับข้อเท็จจริงว่ามีบริษัทชั้นยอดจำนวนมากที่ทำโทรศัพท์อยู่ในตลาด เพราะความจริงอีกข้อก็คือว่าโทรศัพท์กว่า 1000 พันล้านเครื่องได้ถูกขายไปแล้วในปี 2006 … คิดดูสิ ถ้าเกิดเราขายได้แค่ 1% มันก็ปาเข้าไป 10 ล้านเครื่องแล้ว”
สตีฟ จ๊อบส์คิดว่าสิ่งที่แอปเปิ้ลได้ทำสำเร็จออกมาแล้วคือการ “สร้างโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใหม่” (Reinvent the Phone)
“เราได้เปลี่ยนความคาดหวังที่ผู้บริโภคมีต่อไอ้เจ้าเครื่องที่พกพาใส่กระเป๋าไปอย่างสิ้นเชิง”
iPhone นั้น หลอมรวมเอาผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดเข้าด้วยกัน
หนึ่ง โทรศัพท์เคลื่อนที่ (ที่ปฏิบัติรูปแบบการใช้งานแบบเดิม ๆ)
สอง เครื่อง iPod จอกว้าง ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัส (ด้วยนิ้วมือปกตินี่ล่ะ ไม่ต้องใช้แท่งกด)
สาม เครื่องมือสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต ที่สามารถใช้งานอีเมล์ ท่องเวป ดูแผนที่ และค้นหาข้อมูล ได้ในระดับเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
ทั้งหมดรวมอยู่ในตัวเครื่องขนาดฝ่ามือ ที่ทั้ง เล็ก-บาง-เบา
“พกใส่กระเป๋าสบาย ๆ และใช้งานง่ายกว่าโทรศัพท์ทั่วไป 10 เท่า” จ๊อบส์ยืนยัน
(รายละเอียดที่น่าทึ่งของเจ้าตัว iPhone และโชว์บนเวทีเปิดตัวของนายสตีฟ จ๊อบส์ อยากให้ท่านผู้อ่านคลิ๊กเข้าไปดูที่ www.apple.com/iphone)
ดีไซน์นั้นทำได้เด็ดขาดจริง ๆ
ด้วยตัวเครื่องสีดำ ด้านหน้ามีจอภาพขนาดใหญ่ มีปุ่มเพียงปุ่มเดียว และขนาดที่บางเฉียบ (บางที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ในท้องตลาด)
โจทย์ในการออกแบบของสตีฟ จ๊อบส์ คือ Something wonderful in your hand
การควบคุมแทบทั้งหมดทำได้ด้วย “นิ้วมือ” ที่สัมผัสหน้าจอ
นี่เป็นผลผลิตจากการสังเกตของสตีฟ จ๊อบส์เมื่อหลายปีก่อน เขาเห็นว่ามีงบวิจัยและพัฒนาจำนวนมากถูกใช้ไปสิ่งที่เรียกว่า Tablet PCs … เจ้าคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องบาง ๆ ซึ่งทำงานด้วยการควบคุมผ่านหน้าจอ แทนที่จะเป็นเมาส์ หรือคีย์บอร์ด
เขาสนใจ และได้ให้การบ้านทีมวิศวกรไปศึกษาเทคโนโลยีการควบคุมผ่านการสัมผัสหน้าจอ (Touch Screen)
เมื่อวิศวกรของแอปเปิ้ลเอาการบ้านมาส่ง จ๊อบส์ตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจจนนึกต่อยอดไปไกลกว่าแค่เครื่องคอมพิวเตอร์
นอกจากนั้น แอปเปิ้ลคงมองว่าปัจจัยความสำเร็จของโทรศัพท์มือถือในอนาคต อยู่ที่ตัว Software ไม่ใช่ Hardware อีกต่อไป
เพราะจริง ๆ แล้ว โทรศัพท์จะเป็นมากกว่าโทรศัพท์ หรือเป็นเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกย่อขนาด และสามารถใช้โทรศัพท์ได้มากกว่า
จ๊อบส์เชื่อว่า iPhone นั้นมี Software Breakthrough ซึ่งจะนำหน้าโทรศัพท์อื่น ๆ ไป 5 ปี โดย iPhone จะทำงานบนระบบปฏิบัติการ Mac OS X ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ล
ถ้ามองในแง่นี้ ไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลจะมีศักยภาพในการพัฒนาซอฟแวร์พร้อม ๆ กับฮาร์ดแวร์ เพื่อจะประสบความสำเร็จ ในระดับเดียวกับที่ไมโครซอฟท์วินโดว์ ทำได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือไม่?
นอกจากนั้น ในโทรศัพท์ iPhone นี้มีการจดสิทธิบัตรมากถึง 200 กว่ารายการ
สื่อหลายฉบับจึงมองว่า นี่ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ตัวใหม่ แต่เป็น New Product Platform ที่จะปฏิวัติวงการอีกครั้ง
เหมือนที่ Macintosh ได้ปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ในปี 1984
และ iPod ทำได้ปฏิวัติวงการเพลงและเครื่องเล่นเพลงในปี 2001
และในโอกาสนี้ Apple ก็ประกาศตัดคำว่าคอมพิวเตอร์ที่เคยอยู่ในชื่อบริษัทด้วยทิ้งไป เหลือเพียง Apple Inc. เท่านั้น
คำว่าคอมพิวเตอร์ที่ตัดทิ้ง ย่อมแสดงถึงความต้องการขยายขอบเขตการทำธุรกิจออกไป ให้กว้างไกลกว่าแค่ของเดิม
แต่ Apple จะนิยามว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจอะไร หรือจะมุ่งหน้าต่อไปทางไหน ท่านผู้อ่านคงน่าจะพอเห็นเค้าลางบ้าง
อนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน และอนาคตบางอย่างก็เป็นความลับทางการค้า เป็นเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้
อย่างไรก็ตาม วันนี้แอปเปิ้ลและสตีฟ จ๊อบส์ ได้แสดงให้เห็นถึงรูปธรรมของการสรรค์สร้างนวัตกรรม ในระดับที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เห็นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
ส่วนจะเป็นจริง อย่างที่ทุกคนคาดหรือไม่ เวลาจะให้คำตอบ …
ก่อนขึ้นเวที ทีมงานได้เปิดเพลง I Got You (I Feel Good) ของเจมส์ บราวน์ เป็นอินโทร จบเพลง สตีฟ จ๊อบส์เดินขึ้นมาด้วยสีหน้าแจ่มใส และเริ่มต้นพูดสวัสดีเล็กน้อย ขอบคุณที่ทุกคนมาร่วมชุมนุมกัน และเริ่มต้นพูด
“พวกเรากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกันอีกครั้งในวันนี้!”
ยังไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงโห่ร้องก้องฮอลล์ของบรรดาสาวก
และเป็นเช่นนั้นอีกนับครั้งไม่ถ้วน ตลอดเวลาที่เขาอยู่บนเวที