สังเคราะห์ภูมิปัญญานายห้างเทียม(ตอน1 )

นายห้างเทียม โชควัฒนา ไม่เพียงเป็นตำนานมังกรค้าปลีก ผู้สร้างอาณาจักรค้าปลีกไทยที่ใหญ่โตโอฬาร ทว่ายังเป็นปรมาจารย์การตลาด ผู้ไม่เคยเรียนเอ็มบีเอ ทว่าเอ็มบีเอทั่วไทยต้องศึกษาจาก “คำสอนจากนายห้างเทียม”
ซึ่งนายห้างเทียมจดบันทึกประสบการณ์ไว้คนรุ่นหลังอ่าน

คำสอนจากนายห้างเทียม คลาสสิก ทันสมัย

และจากการศึกษาคำสอนของนายห้างเทียมแล้ว ตรงกับปรัชญาและกลยุทธ์ธุรกิจจากโลกตะวันตก

ผมจะวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นตอนๆไป

โดยเริ่มจาก

แค่หยุดอยู่กับที่ ก็กลายเป็นผู้ล้าหลัง

คนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีการศึกษาสูง คนที่การศึกษาสูง เรียนสูงๆ ปริญญาโท. ปริญญาเอก, เรียนหลังปริญญาเอก (Post Doctor) ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จ แต่โอกาสของเขาก็จะมี…
คนที่ไม่ได้เรียนสูงๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้เป็นคนที่ไม่มีสติปัญญา ความรู้

…นางห้างเทียม โชควัฒนา เป็นตัวอย่างหนึ่ง

คุณเทียม โชควัฒนา มอบคำคมไว้ให้กับสังคมมากมาย

“ปรัชญาของนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จมักจะกล่าวกันว่า นักธุรกิจนั้นต้องเป็นคนของวันพรุ่งนี้ เพราะเพียงแต่เขาเป็นคนของวันนี้ อะไรๆ มันก็สายไปเสียแล้ว”

คนของพรุ่งนี้เป็นคนอย่างไร?

คุณเทียม บอกว่า คนของพรุ่งนี้ต้องเป็นคนทันสมัย

คำว่าทันสมัยนั้นคือ ท่านจะต้องรู้จักอินเตอร์เน็ต เล่นคอมพิวเตอร์เป็น เข้าเว็บไซต์เป็น ฯลฯ

คุณเทียมเคยเล่าว่า ช่วงนั้น หนังกลางแปลงเป็นที่นิยม ลูกน้องที่ทำการตลาดบอกว่าจะทำการตลาดผ่านหนังกลางแปลง คุณเทียมพูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “คิดดี ตอนนี้เริ่มกระจายแล้ว คนออกจากบ้านน้อยลง หนังกลางแปลงอาจจะไม่สำเร็จเหมือนปีก่อนๆ ที่เราเคยทำ”

คนทันสมัยไม่พอ…ต้องเป็นคนทันโลก

คนทันโลกเป็นคนอย่างไร?

…เป็นคนที่รู้จักโลกาภิวัตน์หรือไม่

…หนังสือที่โลกเขาอ่านกัน อ่านหรือไม่

…รายการทีวีระดับโลก ดูหรือไม่

…ข่าวที่โลกรับรู้กัน ทราบหรือไม่

ทันโลกต้อง “อย่าหยุดนิ่ง” มีสายตาที่มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ นั่นคือมองในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น หาทางก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ สร้างอาณาจักรที่ทำให้ผู้อยู่ข้างหลัง ยากจะตามทัน

ความหมายตรงนี้ก็คือ ท่านจะต้องวิ่งเร็วกว่าคนอื่น

ถ้าท่านเป็นกวาง การที่ท่านจะอยู่รอดได้ ท่านจะต้องเป็นกวางที่วิ่งเร็วกว่าเสือ หรือสิงโตที่วิ่งเร็วที่สุด แต่ถ้าท่านเป็นเสือ หรือเป็นสิงโต ท่านจะต้องวิ่งเร็วกว่ากวางที่ช้าที่สุด

ท่านลองคิดดูว่าประเทศไทยเป็นกวาง หรือเป็นสิงโต?

ปล.ใครอยากได้ไฟล์ “เมื่อ Blue Ocean กลายเป็น Red Ocean” ก็ดาวน์โหลดได้เลยครับ(ขออภัยที่โหลดช้าครับ วันศุกร์งานยุ่งจัด)
when-blue-turn-red.pdf

Published in: on September 27, 2007 at 1:46 am Comments (39)

เคล็ดความสำเร็จ 2007

ปี 2007 จะเป็นปีแห่งความยากลำบากเป็นแน่แท้

รัฐบาลและคมช.เผชิญศึกนอกและศึกในรุมกระหน่ำรอบด้าน

ความขัดแย้งภายในหมู่ผู้มีอำนาจปะทุออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ

ขณะเดียวกันมาตรการหลายอย่างที่ออกในรัฐบาลชุดนี้ ไม่ช่วยให้ก่อให้เกิดความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน ยังไม่ต้องพูดถึงพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ที่ทำให้ต่างด้าวที่เป็นนอมินีต้องเน้นปรับโครงสร้างการลงทุนขนานใหญ่

ในด้านการเมืองนั้น ความขัดแย้งภายในกันเอง คลื่นใต้น้ำจากอำนาจเก่า กลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ ตลอดจนการเดินเกมในต่างประเทศของทักษิณ ทำให้ดูเหมือนบ้านเมืองไม่สงบ

ก็จะสงบได้ไงในเมื่อปีใหม่มีเหตุลอบวางระเบิดกลางเมือง 8 จุด

สถานการณ์เช่นนี้ ภาคธุรกิจเหนื่อยสุด เพราะพยากรณ์อะไรไม่ได้เลย จึงไม่แปลกที่หันไปหาหมอดูกันเยอะเหลือเกิน

สภาพเช่นนี้ ผมจึงนำเฟ้นหา “เคล็ดความสำเร็จ 2007” จากนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ(ถอดความ) โดยตั้งคำถามว่า “ถ้าจะประสบความสำเร็จในปีนี้ ต้องทำอย่างไร”

ซิกเว่ เบรกเก้ ตอบว่า “ คน คน และคน เท่านั้น”

สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล ตอบว่า “ความเรียบง่าย ความเร็ว ความยืดหยุ่น”

ตัน โออิชิ รายละเอียดอาจแตกต่างกว่าสรรค์ชัย ทว่าหัวข้อคล้ายๆกัน

อ.ไพบูลย์ สำราญภูติ ชี้ไปที่ปัจจัยทางการเมือง

ขณะที่วิเชียร เมฆตระการ บอกว่า “ร่วมแรง ร่วมใจให้บริการลูกค้าให้ดีที่สุด
ขยันมากขึ้น ใช้จ่ายอย่างประหยัด อดทน อดกลั้น ในทุกสภาวะที่บีบคั้น แล้วในที่สุด ความสำเร็จจะเป็นของเรา”

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ คงยังเคืองไม่หายชี้ว่า “อย่าอยากได้ของที่ไม่ใช่ของของเรา”

ในด้านต่างประเทศนั้น ผู้บริหารกูเกิ้ลเน้นความเรียบง่าย

ขณะที่ริชาร์ด แบรนสัน แนะว่า “ปฏิเสธให้เป็น”

ส่วนโดนัล ทรัมพ์ ฟันธงว่า “อย่าหมกมุ่นกับปัญหา ให้หาคำตอบ”

ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบล คนล่าสุด บอกว่า “when you’re trying to solve a problem, always bring it back to the simplest formulation.”

เจ้าของ Starbucks บอกให้กล้าที่จะเป็น SOCIAL ENTREPRENEUR

ยังมีผู้นำและนักธุรกิจอีกมากมายที่แนะให้คำแนะนำที่พลาดไม่ได้

ถ้าไม่อยากเหนื่อยในปีนี้

Published in: on September 8, 2007 at 11:08 pm Comments (21)